News

ภายใต้กระสอบเปื้อนโคลน: เมื่อพนักงานแบงก์เหยียดหยามชายเก็บขยะซอมซ่อ

สู่การเบิกเนตรด้วยกองเงินสดมหาศาลที่สั่นสะเทือนทั้งธนาคาร!

ดวงอาทิตย์ยามบ่ายแผดเผากรุงเทพมหานครจนระอุ ไอแดดเต้นระยิบระยับอยู่เหนือพื้นถนนยางมะตอย ท่ามกลางการจราจรที่ติดขัดและผู้คนที่เดินขวักไขว่ ‘ลุงชัย’ ชายชราวัยหกสิบห้าปี กำลังก้มหน้าก้มตาเข็นรถเข็นสองล้อคันเก่าที่เต็มไปด้วยลังกระดาษ ขวดพลาสติก และเศษเหล็ก เสียงล้อรถเข็นที่ฝืดและขึ้นสนิมดังกีดกราดไปตามทางเท้า สภาพของลุงชัยดูไม่ต่างจากชายเก็บของเก่าทั่วไป เสื้อเชิ้ตลายสก๊อตที่เคยมีสีสันบัดนี้ซีดจางและขาดวิ่น กางเกงขาสั้นเปื้อนคราบน้ำมัน และรองเท้าแตะหูคีบที่สึกจนแทบจะถึงพื้นถนน บนบ่าของเขามีผ้าขาวม้าสีหมองคล้ำที่ใช้ซับเหงื่อที่ไหลย้อยลงมาตามร่องรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า

แต่สิ่งที่ทำให้ลุงชัยดูสะดุดตาในวันนี้ ไม่ใช่รถเข็นที่เต็มไปด้วยขยะ แต่เป็น ‘กระสอบปุ๋ยสีขาวเปื้อนโคลน’ ใบใหญ่ที่เขาแบกพาดบ่าเอาไว้อย่างระมัดระวัง กระสอบใบนั้นดูหนักอึ้งและถูกมัดปากไว้อย่างแน่นหนาด้วยเชือกฟางสีแดง ลุงชัยจอดรถเข็นไว้ที่ซอกตึกแห่งหนึ่ง หยิบกระสอบใบนั้นขึ้นแบก แล้วเดินตรงไปยังประตูอัตโนมัติของธนาคารระดับวีไอพีแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่หน้าห้างสรรพสินค้าสุดหรู

ทันทีที่ประตูอัตโนมัติเลื่อนเปิดออก ลมเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศก็ปะทะเข้ากับใบหน้าที่กร้านแดดของชายชรา กลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำยาปรับอากาศในธนาคารช่างแตกต่างจากกลิ่นกองขยะที่เขาคุ้นเคย พื้นหินอ่อนสีขาวสะอาดตาสะท้อนแสงไฟระยิบระยับ แต่ทันทีที่เท้าเปื้อนฝุ่นของลุงชัยเหยียบย่างลงไปบนพื้นนั้น บรรยากาศภายในธนาคารก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน

ลูกค้าไฮโซที่นั่งรอคิวอยู่บนโซฟาหนังแท้ต่างพากันยกมือขึ้นปิดจมูก บางคนขยับตัวหนีด้วยความรังเกียจราวกับเห็นตัวประหลาด รปภ. ร่างใหญ่รีบเดินปรี่เข้ามาขวางหน้าลุงชัยทันที

“ลุงๆ หยุดอยู่ตรงนั้นเลย จะเข้ามาทำไม ที่นี่ธนาคารนะ ไม่ใช่ที่รับซื้อของเก่า ออกไปๆ เดี๋ยวพื้นเค้าเปื้อนหมด” รปภ. เอ่ยปากไล่พร้อมกับทำมือปัดๆ

ลุงชัยยิ้มบางๆ อย่างถ่อมตัว “ลุงจะมาฝากเงินน่ะพ่อหนุ่ม ลุงขอเข้าไปกดบัตรคิวหน่อยได้ไหม”

รปภ. มองกระสอบปุ๋ยเปื้อนโคลนบนบ่าของชายชราแล้วหัวเราะในลำคอ “ฝากเงิน? เงินเหรียญล่ะสิ ลุงไปนับมาให้เรียบร้อยแล้วไปฝากตู้ข้างหน้าเถอะ ขืนลุงเข้ามากลิ่นเหม็นๆ ของลุงจะทำให้ลูกค้าท่านอื่นเดือดร้อน”

“ลุงนับมาเรียบร้อยแล้วล่ะ ให้ลุงเข้าไปเถอะนะ ลุงอยากเปิดบัญชีฝากประจำ” ลุงชัยยังคงพูดด้วยน้ำเสียงใจเย็น

รปภ. เห็นว่าชายชราไม่ยอมถอย จึงจำใจกดบัตรคิวให้ด้วยความรำคาญใจ “เอ้า! เอาไป แล้วไปยืนรอตรงมุมนู้นนะ อย่าไปนั่งเบาะโซฟาของเค้าล่ะ เดี๋ยวมันจะเปื้อนคราบดำๆ ของลุง”

ลุงชัยรับบัตรคิวมาถือไว้แล้วเดินไปยืนสงบเสงี่ยมอยู่ที่มุมเสา กอดกระสอบปุ๋ยไว้แน่น ไม่นานนัก เสียงประกาศเรียกคิวของเขาก็ดังขึ้น ชายชราเดินกะเผลกเล็กน้อยตรงไปยังเคาน์เตอร์หมายเลขสาม

พนักงานสาวสวยหน้าตาจิ้มลิ้ม นามป้ายชื่อว่า ‘ลิตา’ เงยหน้าขึ้นมาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ทันทีที่เธอเห็นสภาพของลุงชัย รอยยิ้มพนักงานต้อนรับก็หุบลงทันที เธอรีบดึงหน้ากากอนามัยขึ้นมาสวม และหยิบเจลแอลกอฮอล์ขึ้นมาบีบใส่มือถูไปมาอย่างโจ่งแจ้ง แววตาของเธอเต็มไปด้วยความดูแคลนอย่างปิดไม่มิด

“มาทำอะไรคะลุง? ถ้าจะมาแลกเหรียญ ธนาคารเราคิดค่าธรรมเนียมร้อยละสองนะคะ แล้วต้องแยกเหรียญมาให้เรียบร้อยด้วย ทางเราไม่มีพนักงานว่างมานั่งนับเหรียญสลึงให้ลุงหรอกนะคะ” ลิตาพูดด้วยน้ำเสียงห้วนและสะบัดหน้าหนีกลิ่นอับที่โชยมา

“ลุงไม่ได้มาแลกเหรียญจ้ะ ลุงจะมาเปิดบัญชีฝากประจำ” ลุงชัยตอบอย่างสุภาพ

ลิตาถอนหายใจเฮือกใหญ่ สายตาเลื่อนไปมองกระสอบปุ๋ยเน่าๆ ที่ลุงชัยวางไว้บนพื้น “เปิดบัญชีฝากประจำขั้นต่ำต้องใช้เงินหนึ่งหมื่นบาทนะคะลุง ลุงมีถึงเหรอคะ? กองขยะในกระสอบนั่นขายได้กี่บาทกันเชียว ลุงกลับไปเก็บหอมรอมริบใส่กระปุกออมสินที่บ้านเถอะค่ะ อย่ามาเสียเวลาที่นี่เลย คิววีไอพีด้านหลังรออยู่อีกเยอะ”

คำพูดของลิตาดังพอที่จะทำให้ลูกค้าคนอื่นๆ ในธนาคารได้ยิน เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังแว่วมาจากกลุ่มลูกค้าที่แต่งตัวหรูหรา

ลุงชัยยังคงยิ้ม “ลุงมีเงินพอเปิดบัญชีแน่นอนจ้ะ แม่หนูช่วยเอาเอกสารมาให้ลุงเซ็นหน่อยเถอะ”

“นี่ลุงฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องเหรอคะ!” ลิตาเริ่มขึ้นเสียงด้วยความหงุดหงิด “ลุงรู้ไหมว่าที่นี่คือธนาคารระดับพรีเมียม ลูกค้าที่นี่มีแต่ระดับเศรษฐี ลุงแต่งตัวซอมซ่อ หอบกระสอบขยะเหม็นๆ เข้ามาแบบนี้ มันทำลายภาพลักษณ์ธนาคารเราหมด!”

เสียงเอะอะโวยวายทำให้ ‘ผู้จัดการสมศักดิ์’ ผู้จัดการสาขาในชุดสูทราคาแพงรีบเดินออกมาจากห้องทำงานส่วนตัว เขาขยับแว่นตาแบรนด์เนม มองลุงชัยตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยามขั้นสุด

“มีปัญหาอะไรกันลิตา” ผู้จัดการถาม

“ก็ลุงคนนี้สิคะผู้จัดการ ดื้อดึงจะขอเปิดบัญชีฝากประจำให้ได้ ลิตาบอกแล้วว่าไม่มีเวลานับเหรียญให้ เขาก็ไม่ยอมไป แถมกลิ่นตัวก็เหม็นจนลิตาจะอ้วกอยู่แล้วค่ะ” ลิตารีบฟ้อง

ผู้จัดการสมศักดิ์หันมามองลุงชัยด้วยใบหน้าตึงเครียด “คุณลุงครับ ผมต้องขอเชิญคุณลุงออกไปจากธนาคารของเราเดี๋ยวนี้ครับ การที่คุณลุงเข้ามาก่อกวนและส่งกลิ่นเหม็นรบกวนลูกค้าท่านอื่น มันผิดกฎของทางธนาคาร รปภ.! มาหิ้วตัวชายคนนี้ออกไป แล้วเอาขยะของเขาโยนทิ้งไปด้วย!”

“เดี๋ยวก่อนสิคุณผู้จัดการ” ลุงชัยยกมือขึ้นห้าม แววตาที่เคยอ่อนโยนและถ่อมตนบัดนี้เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเฉียบขาดและเยือกเย็น “ผมแค่จะมาฝากเงิน พวกคุณไม่แม้แต่จะถามว่าผมมีเงินมาฝากเท่าไหร่ ธนาคารสมัยนี้เขาวัดคุณค่าของคนจากเสื้อผ้าที่ใส่ หรือวัดจากเงินในกระเป๋ากันแน่?”

“ฮ่าๆๆ!” ผู้จัดการสมศักดิ์ระเบิดเสียงหัวเราะเยาะออกมาอย่างไม่เกรงใจ “เงินในกระเป๋างั้นเหรอ? อย่างลุงเนี่ยนะจะมีสักกี่บาท! ต่อให้ลุงเทเศษเหรียญในกระสอบปุ๋ยเน่าๆ นั่นออกมาหมด มันก็คงไม่พอจ่ายค่าสูทของผมหรอกครับ! ออกไปได้แล้ว อย่าให้ผมต้องใช้กำลัง!”

ลุงชัยไม่ตอบโต้ด้วยคำพูดอีกต่อไป ชายชราก้มลงไปจับปากกระสอบปุ๋ยสีขาวที่เปื้อนคราบโคลนและรอยขาดวิ่นนั้น เขาออกแรงยกมันขึ้นมาวางบนเคาน์เตอร์หินอ่อนสีขาวสะอาดตาอย่างแรง

ตึง!!

เสียงของหนักกระแทกเคาน์เตอร์ดังก้องไปทั่วธนาคาร ฝุ่นคลุ้งกระจายออกมาเล็กน้อย ลิตากรี๊ดลั่นและกระโดดถอยหลังไปชนกำแพง “กรี๊ด! ลุงเอาขยะสกปรกๆ มาวางบนเคาน์เตอร์ฉันทำไม! รปภ.! ลากตัวตาแก่นี่ออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ!”

ลุงชัยไม่สนใจเสียงนกกระจอกเทศของพนักงาน มือที่เหี่ยวย่นและหยาบกร้านค่อยๆ แกะปมเชือกฟางสีแดงที่มัดปากกระสอบออกอย่างช้าๆ สายตาของทุกคนในธนาคาร ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าไฮโซ ผู้จัดการสมศักดิ์ หรือ รปภ. ต่างจับจ้องไปที่กระสอบใบนั้นด้วยความรังเกียจระคนสงสัย

เมื่อปมเชือกฟางหลุดออก ลุงชัยก็จับก้นกระสอบแล้วเทสิ่งที่อยู่ข้างในออกมาบนเคาน์เตอร์หินอ่อนอย่างหมดจด

พรึ่บ!!

วินาทีนั้นเอง… โลกทั้งใบภายในธนาคารระดับพรีเมียมแห่งนี้ เหมือนถูกสาปให้หยุดนิ่ง เสียงหัวเราะเยาะเย้ย เสียงด่าทอ และเสียงพูดคุยของทุกคนขาดห้วงไปในทันที!

ขากรรไกรของลิตาร่วงหล่นลงมาจนแทบจะกระแทกแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ ดวงตาที่กรีดอายไลเนอร์มาอย่างดีเบิกกว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า ผู้จัดการสมศักดิ์ยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกฟ้าผ่า ขาทั้งสองข้างอ่อนยวบจนต้องเอามือยันเคาน์เตอร์ไว้ไม่ให้ล้มลงไปกองกับพื้น!

สิ่งที่ร่วงหล่นออกมาจากกระสอบปุ๋ยเน่าๆ ใบนั้น… ไม่ใช่ขวดพลาสติก ไม่ใช่เศษเหล็ก และไม่ใช่เศษเหรียญสลึงอย่างที่ทุกคนคิด!

แต่มันคือ ธนบัตรใบละหนึ่งพันบาทใหม่เอี่ยม ที่ถูกรัดด้วยสายคาดของธนาคารแห่งชาติอย่างเป็นระเบียบ เป็นปึกๆ กองพะเนินเทินทึกราวกับภูเขาลูกย่อมๆ อยู่บนเคาน์เตอร์! กลิ่นของหมึกพิมพ์จากธนบัตรใหม่เอี่ยมกลบกลิ่นอับของกระสอบปุ๋ยไปจนหมดสิ้น ไม่ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญก็สามารถกะด้วยสายตาได้ว่า กองเงินสดตรงหน้านี้ มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า ‘ห้าสิบล้านบาท’!!

และที่ยิ่งไปกว่านั้น ท่ามกลางกองเงินสดมหาศาล มีสมุดบัญชีปกสีทองฝังเพชร ซึ่งเป็นบัญชีระดับ ‘ซูเปอร์แพลทินัม แบล็ก’ ของสำนักงานใหญ่ และโฉนดที่ดินอีกนับสิบฉบับร่วงหล่นลงมาด้วย!

ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมธนาคารจนได้ยินเสียงแอร์ทำงาน ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรงๆ ลูกค้าไฮโซที่เคยมองลุงชัยด้วยความรังเกียจ บัดนี้ต่างหน้าซีดเผือดและมองชายชราในชุดซอมซ่อด้วยความตกตะลึงจนแทบเสียสติ

ลุงชัยปัดฝุ่นออกจากมือเบาๆ แล้วช้อนสายตาที่คมกริบดุจพญาอินทรีขึ้นมองหน้าผู้จัดการสมศักดิ์ที่บัดนี้หน้าซีดเป็นไก่ต้ม

“ผมขอถามอีกครั้งนะครับผู้จัดการ…” เสียงของลุงชัยไม่ได้ถ่อมตัวอีกต่อไป แต่มันเต็มไปด้วยอำนาจที่กดดันจนคนฟังแทบหยุดหายใจ “เงินสดห้าสิบล้านบาทตรงหน้านี้… พอที่จะเปิดบัญชีฝากประจำในธนาคารที่แสนจะ ‘พรีเมียม’ ของพวกคุณได้หรือยัง? หรือว่าผมต้องไปหาเศษเหรียญมาเพิ่มให้พอค่าสูทของคุณอีกดี?”

“ท… ท… ท่านครับ…” ผู้จัดการสมศักดิ์เสียงสั่นเครือราวกับคนจับไข้ เหงื่อกาฬแตกพลั่กไหลลงมาตามกรอบหน้า แว่นตาแบรนด์เนมแทบจะร่วงหลุดจากจมูก เขาจำสมุดบัญชีปกสีทองฝังเพชรเล่มนั้นได้ดี มันคือบัญชีที่มีเพียงอภิมหาเศรษฐีระดับท็อปไฟว์ของประเทศเท่านั้นที่จะถือครองได้!

“ก… กราบขอประทานอภัยอย่างสูงครับท่าน! กระผมตาบอด กระผมมันโง่เขลาเบาปัญญาที่ไม่ทราบว่าท่านคือ…”

“ผมคือ ‘ชัยชาญ’ ประธานกรรมการบริหารของ ‘ชัยชาญ รีไซเคิล กรุ๊ป’ อาณาจักรคัดแยกและแปรรูปขยะที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ลุงชัยประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงทรงพลัง

คำประกาศนั้นเปรียบเสมือนระเบิดปรมาณูที่ถล่มลงกลางธนาคาร! ใครบ้างในแวดวงธุรกิจจะไม่รู้จักชื่อของ ‘เจ้าสัวชัยชาญ’ มหาเศรษฐีผู้กุมบังเหียนอุตสาหกรรมรีไซเคิลหมื่นล้าน แต่ไม่มีใครคาดคิดว่า อภิมหาเศรษฐีผู้นี้จะชอบแต่งตัวซอมซ่อและยังคงเข็นรถเก็บขยะเพื่อรำลึกถึงรากเหง้าของตนเองในวันว่าง!

ลิตาพนักงานสาวที่เคยปากดี บัดนี้แข้งขาอ่อนทรุดลงไปนั่งกองกับพื้นหลังเคาน์เตอร์ น้ำตาแห่งความหวาดกลัวไหลอาบแก้ม เธอพยายามยกมือไหว้ปลกๆ “ท… ท่านประธานชัยชาญ… หนูกราบขอโทษค่ะ หนูผิดไปแล้ว หนูตาบอดเองที่ด่าว่าท่าน ได้โปรดอย่าเอาเรื่องหนูเลยนะคะ!”

ผู้จัดการสมศักดิ์รีบวิ่งอ้อมเคาน์เตอร์มาคุกเข่าลงแทบเท้าของลุงชัย “ท่านครับ! ได้โปรดให้เกียรติฝากเงินห้าสิบล้านนี้กับสาขาของเราเถอะนะครับ! ผมจะเปิดห้องวีไอพีระดับสูงสุด เสิร์ฟชาที่แพงที่สุด และจะจัดการทุกอย่างให้ท่านด้วยตัวผมเองเลยครับ! ผมกราบขออภัยในความจองหองของพวกเราจริงๆ ครับ!”

ลุงชัยก้มลงมองผู้จัดการและพนักงานที่กำลังก้มหัวประหลกๆ ด้วยสายตาที่สมเพชเวทนา ชายชราหยิบสมุดบัญชีปกสีทองและโฉนดที่ดินใส่กลับเข้าไปในกระเป๋าเสื้อเชิ้ตขาดๆ ของเขาอย่างใจเย็น

“ตอนที่ผมเดินเข้ามาตัวเปล่า พวกคุณมองผมเป็นแค่ขยะที่น่าขยะแขยง… แต่พอเห็นเงินก้อนนี้ พวกคุณกลับก้มหัวกราบไหว้ผมราวกับผมเป็นพระเจ้า” ลุงชัยส่ายหน้าช้าๆ “ผมทำงานเก็บหอมรอมริบ คลุกคลีกับขยะมาทั้งชีวิต ผมรู้ดีว่าขยะชิ้นไหนที่สามารถนำไปรีไซเคิลสร้างประโยชน์ได้ และขยะชิ้นไหนที่เป็นได้แค่ ‘สวะ’ ที่ต้องถูกกำจัดทิ้ง…”

ลุงชัยเว้นจังหวะ กวาดสายตามองไปรอบๆ ธนาคาร “และสำหรับผม… องค์กรที่สอนให้พนักงานเหยียดหยามความเป็นคน วัดค่าของเพื่อนมนุษย์จากเปลือกนอก มันก็เป็นได้แค่ ‘สวะ’ ที่ไม่คู่ควรกับเงินแม้แต่สลึงเดียวของผม!”

พูดจบ ลุงชัยก็กวาดกองเงินสดห้าสิบล้านบาทกลับลงไปในกระสอบปุ๋ยอย่างรวดเร็ว มัดเชือกฟางอย่างแน่นหนา แล้วตวัดกระสอบขึ้นแบกบนบ่าอีกครั้ง

ในขณะนั้นเอง รถยนต์เมอร์เซเดส-มายบัคสีดำขลับคันยาวก็แล่นเข้ามาจอดเทียบที่หน้าประตูธนาคาร ชายหนุ่มในชุดสูทสากลสุดเนี้ยบซึ่งเป็นเลขาธิการส่วนตัวของเจ้าสัวชัยชาญ รีบวิ่งเข้ามาเปิดประตูธนาคารพร้อมกับโค้งคำนับ

“ท่านประธานครับ ท่านผู้อำนวยการใหญ่ของธนาคารสาขาสำนักงานใหญ่โทรมาแจ้งว่า ได้เตรียมห้องรับรองพิเศษและทีมผู้บริหารระดับสูงไว้รอต้อนรับท่านประธานเพื่อทำธุรกรรมแล้วครับ… และท่านผู้อำนวยการใหญ่ฝากเรียนว่า ท่านได้รับทราบเรื่องมารยาททรามของพนักงานสาขานี้จากกล้องวงจรปิดที่ลิงก์ตรงเข้าสำนักงานใหญ่แล้วครับ”

เลขาหนุ่มหันไปมองผู้จัดการสมศักดิ์และลิตาด้วยสายตาเย็นชา “คำสั่งด่วนจากสำนักงานใหญ่… นายสมศักดิ์ และ นางสาวลิตา ถูกไล่ออกจากการเป็นพนักงานของธนาคารแห่งนี้ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป โดยไม่มีการจ่ายเงินชดเชยใดๆ ทั้งสิ้น และจะถูกขึ้นแบล็กลิสต์ในระบบธนาคารทุกแห่งในประเทศฐานทำลายชื่อเสียงขององค์กรอย่างร้ายแรง!”

เปรี้ยง!!

เหมือนฟ้าผ่าลงกลางแสกหน้าซ้ำสอง! ลิตากรีดร้องโหยหวนปานจะขาดใจ ทรุดลงไปนอนดิ้นพราดๆ อยู่บนพื้น ผู้จัดการสมศักดิ์หน้ามืดลมจับ สลบเหมือดคาพรมหรูหราของธนาคาร อนาคตการทำงานที่สดใสพังพินาศลงในพริบตาเดียว เพียงเพราะความจองหองและดวงตาที่มืดบอดของพวกเขาเอง

ลุงชัยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองภาพความพินาศของคนใจแคบ ชายชราเดินแบกกระสอบปุ๋ยบรรจุเงินห้าสิบล้านก้าวออกจากธนาคารไปอย่างสง่างาม ทิ้งความอัปยศอดสูไว้เบื้องหลัง เขาส่งกระสอบเงินให้เลขาหนุ่มนำไปเก็บในรถมายบัค ก่อนที่ลุงชัยจะเดินกลับไปที่รถเข็นเก็บของเก่าคันเดิมของเขา

ชายชราคว้าที่จับรถเข็นที่ขึ้นสนิม ยิ้มกว้างรับแสงแดดที่แผดเผา แล้วเข็นรถออกไปตามท้องถนนอย่างมีความสุข บทเรียนราคาแพงที่สุดในวันนี้ได้ถูกจารึกไว้ในใจของทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ ว่าอย่าได้ตัดสินคุณค่าของใครเพียงเพราะเสื้อผ้าที่เขาสวมใส่ เพราะบางครั้ง ภายใต้กระสอบเปื้อนโคลนและคราบสกปรก อาจซ่อนขุมทรัพย์และอำนาจมหาศาล ที่พร้อมจะตื่นขึ้นมาบดขยี้คนจองหองให้แหลกสลายไม่มีชิ้นดีไปตลอดกาล!

Related Articles

Back to top button
error: Content is protected !!